Wednesday, March 14, 2007

HBD!? Albert E.



14.03.1879 คือ วันเกิดของ ไอน์สไตน์ (Einstien)
14.03.1976 คือ 97 ปีหลังจากนั้น และบังเอิญมีคนๆหนึ่งเกิด :)
14.03.2007 คือ วันนี้ ที่แก่ขึ้นอีกปี

จากความรู้ทางฟิสิกส์อันน้อยนิด ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจได้ว่า
พลังงาน มวล และ ความเร็วแสง จะมีสัมพันธภาพอะไร
กับชีวิตของเราได้บ้าง เลยลองคิดสนุก ว่า E=mc2 คืออะไร


บทความเพ้อ สำหรับวันหนึ่ง ที่บังเอิญผ่านมาด้วยความเร็วแสง

(สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Einstien คงต้องขอบอกว่า มิอาจไปเทียบเคียง
เพียงแค่ ถ้าเวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง เวลาที่ผมกินเค้กอยู่นี้
อาจเป็นเวลาเดียวกันกับที่ Albert กำลังเล่นไวโอลินฉลองกับ Elsa
อยู่ก็เป็นได้ สุขสันต์วันเกิดครับ :)

imagination is more important than knowledge.
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

คือประโยคที่ทุกคนเคยได้ยินพอๆกับ E=mc2
แต่มีใครรู้บ้างมั๊ยว่า ไอน์สไตน์ ไม่เคยบอกเลยว่า
ความรู้ (Knowledge) ไม่มีความสำคัญ

Saturday, March 10, 2007

Works of Jan Tschichold @ Japan mag



IDEA Magazine No.321 : Works of Jan Tschichold



นิตยสารญี่ปุ่น IDEA เล่มล่าสุด No.321
ได้ลงเกี่ยวกับงานของ Jan Tschichold 1902-74

Jan Tschichold คือ บุคคลหนึ่งในสถาบัน BAUHAUS
ที่มีผลต่องานออกแบบไทโปกราฟิคของโลก
เป็นผู้บุกเบิกงานในรูปแบบที่เรียกว่า "New Typography"
การนำตัวอักษรแบบไม่มีฐานเชิง (san serif typeface) มาใช้ กับ
หลักการวางแบบอสมมาตร (assymetric balance)
ผู้ที่เชื่อว่าการออกแบบต้องเน้นประโยชน์ใช้สอย (Functional Design)
ตัดส่ิงตกแต่งเพื่อเหลือเพียงแต่ประโยชน์ของการสื่อสารเท่านั้น
จนถูกเรียก งานออกแบบในรูปแบบใหม่นี้ว่า "Functionalism"

font ที่ Jan Tschichold ออกแบบ คือ
Transit (1931), Saskia (1931), Zeus (1931) และ Sabon™ (1967) ที่หลายคนรู้จัก

1933 เขาถูกนาซีจับ ข้อหาเป็นเผด็จการทางวัฒนธรรม
ซึ่งหลังจากปี 1940 จึงหันหลังให้กับงานรูปแบบ New Typography
มาใช้แบบดั้งเดิม (Classical) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานยุคเรเนอซองค์ (Renaissance)
หันกลับมาใช้การวางแบบสมดุลแบบสมมาตร (Symetrical)
และนำตัวอักษรแบบมีฐาน (Serif typeface) กลับมาใช้ใหม่
เพื่อนำเสนอความมีคุณค่าและสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์
ซึ่ง Sabon คือ ตัวอักษรที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นของ Jan Tschichold

(**Sabon Next คือ font ที่ Jean François Porchez
ทำให้เป็นตระกูลสำหรับ Linotype ในปี 2002**)

เนื้อหาในเล่มของ Idea mag. 321
[Contributed essays]

  • Robin Kinross, 'Designer and dogmatist'
  • Christopher Burke, 'Jan Tschichold and sanserif'
  • Martijn F. Le Coultre & Alston W. Purvis, 'Jan Tschichold: Posters of the Avantgarde'
  • Richard B. Doubleday, 'Jan Tschichold at Penguin Books: A Resurgence of Classical Book Design'
  • Jost Hochuli, 'Thoughts on the reception of Jan Tshichold's work and personality thirty years after his death'
  • Alexander L. Bieri, 'Jan Tschichold and Roche: obsessive perfection'
  • François Porchez, 'On Sabon Next Project'
  • Christopher Burke, 'Tschichold's eastward gaze'
  • Taro Yamamoto, 'Considering the Dispute between Jan Tschihold and Max Bill'
  • John D. Berry, 'Getting it right - Jan Tschichold's search for mass quality'

การให้ความสำคัญกับงานในอดิีต เพื่อที่จะหาแนวทางของงานในอนาคต
ที่เป็นตัวตนของตัวเอง ไม่ใช่เพียงแค่ลอกเลียนเพียงเปลือกคงเป็น -หน้าที่- ของนักออกแบบ


อยากให้นิตยสารไทยน่าจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Typography บ้างจัง
เผื่อคนทั่วๆไปจะได้รับรู้และมองเห็นคุณค่าของ Typography เพ่ิมบ้าง

Tuesday, March 6, 2007

Children's Word




พอดีมีงาน project เล็กๆที่ต้องการคำคมๆของคนคมๆ
เพื่อพูดถึงความสร้างสรรค์ หากเรายังไม่ลืมวิธีคิดแบบเด้กๆ
เลยเอามาลงไว้ให้ดูกัน

Good thoughts are no better than good dreams, unless they be executed!
ความคิดที่ดีไม่ได้ดีไปกว่าความฝันที่ดี นอกจากว่ามันจะได้รับการแปรเป็นการปฏิบัติ

-Ralph Waldo Emerson-

The pursuit of truth and beauty is a sphere of activity in which we are permitted to remain children all our lives.
การแสวงหาความจริงและความงามเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราสามารถเป็นเด็กได้ตลอดชีิวต

-Albert Eistein-

if you want to be creative, stay in part a child, with the creativity and invention that characterizes children before they are deformed by adult society.
ถ้าคุณอยากเป็นคนสร้างสรรค์ ก็ให้ทำตัวเป็นเหมือนเด็ก ซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์และความริเริ่มแบบเด็กๆ ที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยสังคมของผู้ใหญ่

-jean piaget-


Wednesday, February 28, 2007

af ART - Corperate identity

Alliance Française International Art Centre
ศูนย์ศิลปะนานาชาติ สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ


designed by B513DS!GN

สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ได้ทำการ
ปรับภาพลักษณ์องค์กร โดยเพิ่มส่วนที่เป็น International Art Centre
ที่ได้ทำการดูแลเกี๋ยวกับเรื่อง ศิลปะ และ สถาบันสอนศิลปะและออกแบบ
จากวิธีคิดในเรื่องของการรับรู้และจดจำ เพื่อให้เกิดง่ายต่อการรับรู้มากที่สุด
จึงคิดว่าชื่อที่ยาว น่าจะเหลือเพียงแค่ให้จำว่า af ART เมื่อพบเห็น logo นี้

การใช้ typography คำว่า ART ที่เป็นตัวบล๊อกแม่พิมพ์ ที่แสดงถึงความเป็น
สถาบันสอนศิลปะให้คนทั่วไปรู้จัก ART [ศิลปะ], AF ART คือ แม่พิมพ์ศิลปะ
การใช้ object ที่เป็นภาพในงานออกแบบ Logo จะทําให้มีความเฉพาะตัวสูง
เมื่อนําไปใช้งาน สามารถแสดงถึงแนวความคิดที่ใหม่ของสถาบัน
และไม่ดูจริงจังจนเกินไปนัก สำหรับการเรียนรู้ศิลปะสำหรับคนทั่วไป

สำหรับการใช้งาน ไว้มาต่อกันอีกทีนะครับ ช่วงนี้ยุ่งจริงๆ