Showing posts with label inspiration. Show all posts
Showing posts with label inspiration. Show all posts

Monday, September 13, 2010

3 9 3 6 9





ไม่ได้เข้าบล๊อกตัวเองซะนาน ผ่านมาเห็นตัวเลขคนผ่านเข้ามาเลขสวยดี ไม่มีความหมายอะไร :)













แล้วก็กลับไปเรื่อยเปื่อยและทำงานหนักอย่างสนุกสนานต่อ

Monday, May 31, 2010

NEWTYPE @ Pecha Kucha Night BKK #6

Pecha Kucha Night Bangkok ครั้งที่ 6 /
10 ตุลาคม 2552 ที่สยาม ดิสคัฟเวอรี่ เซนเตอร์
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ "ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย"


เพะชะ คุชะ ไนท์ ครั้งนี้มาพร้อมกับหัวข้อ "graphic design = . . ." ซึ่งปกติก่อนนี้
จะไม่ค่อยมีโจทย์ และสามารถสรุปความจากพี่อาร์ต สุรัติ โตมรศักดิ์ แห่ง try2benice ได้ว่า
"คืนละ 20 คน คนละ 20 ภาพ ภาพละ 20 วินาที มีสาระหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น" :-.)

แต่ในเมื่อมันมาพร้อมหัวข้อนี้ และรอบนี้เป็นนักออกแบบกราฟิกเกือบหมด
เลยคิดว่าน่าจะพูดถึงการออกแบบกราฟิกโดยใช้วิธีการออกแบบไทป์ดีไซน์ดีกว่า
เริ่มด้วยสไลด์ที่หนึ่ง :)


1. โดยส่วนตัวเชื่อว่า สิ่งที่อยู่ในองค์ประกอบสำคัญของกราฟิกดีไซน์คือ ข้อมูล
ที่ถูกส่งถ่ายออกไปยังผู้รับที่ผู้ส่งต้องการให้พบเห็นในสื่อที่ส่งถ่ายผ่านไป
ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะมีความหมายหรือไม่ หรือข้อมูลนั้นอาจมีแค่ความเชื่อ ความรู้สึก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวก็ยังเชื่อว่า มีอะไรบ้างอย่างถูกถ่ายทอดส่งต่อออกไป


2. ทำให้นึกถึงแบบตัวอักษรหนึ่งคือ Baskerville ที่ถูกออกแบบโดย
John Baskerville เมื่อปี 1757 ประเด็นที่ทำให้นึกถึงคือ ตัวอักษร Baskerville นี้
ถูกจัดอยู่ใน Classification ที่เรียกว่า Transitional (ทางกายภาพ
เป็นแบบตัวอักษรที่ออกแบบโดยใช้เครื่องมือในการคำนวณ)


3. Transitional Classification คือ กลุ่มที่พัฒนาต่อมาจาก Old Style Classification
(แบบตัวอักษรละติน ที่มีลักษณะมาจากการเขียนมือด้วยปากกกา) เพื่อพัฒนาไปสู่
Modern Classification (แบบตัวอักษรที่อุปกรณ์การทำบล็อกตัวอักษรมีความ
ละเอียดมากขึ้น และสื่อที่ใช้ในช่วงเวลานั้นเปลี่ยนไป) บลาๆ 20 วิ แบบย่นย่อ

ที่เล่าไปในช่วงแรกคือ สิ่งที่อยู่ในชั้นเรียน Typography1 ที่ผมสอนอยู่ที่
มหาวิทยาลัยกรุงเทพและสไลด์ที่ให้ดูผ่านไปก็คือ ภาพตัวอย่างที่ใช้ในชั้นเรียน
เพื่อให้ นศ. ได้ทำความรู้จักและเข้าใจ


4. หนึ่งในการเรียนรู้โครงสร้างตัวอักษร คือ การรับรู้ชุดข้อมูลหนึ่งที่บ่งบอกว่า
ตัวอักษร Baskerville มีลักษณะอย่างไร จุดเด่นคืออะไร โค้งอย่างไร
แต่ละเส้นหนาบางอย่างไร และที่สำคัญแต่ละส่วนนั้นเพื่ออะไร
ซึ่งวิธีที่จะเรียนรู้ได้เร็วและง่ายที่สุด คือ การให้นศ.แต่ละคน
ดรออิงค์ภาพตัวอักษรที่เห็นนั้น ลงในกระดาษขนาด A2


5. ผลที่ได้จากชั้นเรียนในวันนั้นคือ แบบตัวอักษร Baskerville ที่นศ. แต่ละคน
รับรู้ ข้อมูล g (lowercase) Baskerville และส่งถ่ายไปยังสมองของแต่ละคน
ซึ่งแต่ละคนนั้นก็ถ่ายทอด ข้อมูลนั้น ลงมาบนกระดาษด้วยวิธีการวาดเส้น

Ek PechaKucha Slide 06

6. ข้อมูล ที่ได้มา มีตั้งแต่เหมือนมากๆไปจนถึง. . . :) จากข้อมูลชุดเดียวกัน
สิ่งที่ผิดเพี้ยนไปมีปัจจัยมากมาย ตั้งแต่ ความตั้งใจฟังถึงที่มาที่ไปของตัวอักษรชุดนี้
ทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของหน้าตาโครงสร้างของมัน ไปจนถึง ทักษะพื้นฐาน
ในการถ่ายทอดข้อมูลชุดนี้ด้วยการวาดเส้น

Ek PechaKucha Slide 07

7. แบบตัวอักษรที่ได้มาในชั้นเรียนวันนั้น ทั้งหมด 33 ตัวอักษร g จากนศ. 33 คน
ซึ่งมีคะแนนที่ให้ไป ตั้งแต่ A ไปจนถึง D

สิ่งที่ว่ามาถึงความผิดเพี้ยนไม่ใช่ประเด็นของโปรเจคที่กำลังจะเล่าถึง
แต่มันคือ ชุดข้อมูล 33 g Baskerville ในหนึ่งวัน จากชั้นเรียนนั้น
ถ้าลองถอยกลับมามอง คิดว่ามันมีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจแฝงอยู่

Ek PechaKucha Slide 08

8. ทดลองนำข้อมูลทั้ง 33 g มาตั้งข้อกำหนดเป็นตัวแปรที่เหมาะสมและรับได้
โดยการหาค่าเฉลี่ยที่ซ้อนทับกันเพื่อหาค่าของน้ำหนักที่ได้มากกว่า 50%
เพื่อให้ได้โครงสร้างตัวอักษรใหม่ ที่เราก็ยังไม่รู้ว่าหน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร
ที่มาจากการส่งถ่ายข้อมูลผ่าน 33 g

Ek PechaKucha Slide 09

9. แบบตัวอักษรและตำแหน่งจุดที่ถูกคลี่คลายและจากค่าเฉลี่ยที่ได้มา

Ek PechaKucha Slide 10

10. ต้นแบบตัวอักษร g แบบใหม่ ที่มีชุดข้อมูลใหม่ อยู่ในตัวอักษรหนึ่งตัวนี้
และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานออกมาเป็นหัวข้อย่อยเพื่อตั้งเป็นระบบใหม่
เพื่อการออกแบบชุดตัวอักษรใหม่

Ek PechaKucha Slide 11

11. ตัวอย่างข้อมูลที่ถูกจัดการและทำความเข้าใจเพื่อให้ได้ระบบที่ง่ายต่อการตั้งต้น

Ek PechaKucha Slide 12

12. อีกหนึ่งตัวอย่างข้อมูลของตัวอักษรต้นแบบ คือ ปลายตัด และเส้นที่มีความซับซ้อน
ตัวเส้นจะไม่เชื่อมต่อกัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ข้อมูลนั้นจะหายไป

Ek PechaKucha Slide 13

13. อีกหนึ่งตัวอย่างข้อมูลที่ได้มา คือ ข้อมูลที่ยาวมาก ข้อมูลนั้นจะหายไปและ
ระบบนั้นจะไม่สมดุล

Ek PechaKucha Slide 14

14. เนื่องจากแบบตัวอักษร g ต้นแบบ ที่ได้มา เป็นแบบตัวอักษรที่มาจาก
ผลข้อมูลที่ไม่ได้เกิดจากการควบคุมการออกแบบ เลยคิดว่าควรจะทำความคุ้นเคย
กับโครงสร้างนั้น โดยการพิมพ์และติดไว้ให้เห็นตลอดเวลาที่ทำการออกแบบ
ตัวอักษรอื่นในชุดเดียวกันนั้น

Ek PechaKucha Slide 15

15. a e i o u ที่ออกแบบจาก ชุดข้อมูลใหม่ ที่ได้มาจาก g
จากภาพตัวอย่าง ส่วนโครงสร้างของตัวอักษรที่ขาดหายที่เป็นไปได้
ในตัวอักษร a e i o u

Ek PechaKucha Slide 16

16. ชุดข้อมูลที่ถูกส่งถ่ายออกไปยังตัวอักษรตัวอื่นๆ
จากภาพตัวอย่าง ลักษณะปลายกลมที่เป็นไปได้ในตัวอักษรอื่นๆ

Ek PechaKucha Slide 17

17. ระบบต่างๆที่แชร์ข้อมูลย่อยหลายๆข้อที่วิเคราะห์ออกมา และส่งถ่ายไปมา
ตามแต่โครงสร้างของแต่ละตัวอักษรจะจำเป็นต้องมีอย่างไม่ยัดเยียดขัดขืนจนเกินไป

Ek PechaKucha Slide 18

18. ตัวอย่าง ตัวอักษร a-z แบบใหม่ที่ตั้งต้นจาก ชุดข้อมูล ที่ถูกส่งถ่ายไปมา

Ek PechaKucha Slide 19

19. เทียบเคียง ตัวอักษร Baskerville กับ ตัวอักษรใหม่ (ที่ยังไร้ชื่ออยู่ :)

Ek PechaKucha Slide 20

20. แสดงผลตัวอักษร ที่เป็น รูปคำ และ ประโยค ให้เห็นภาพรวม
ความคาดหวังว่า จะมีคนฟังหลับๆไปบ้าง เลยพิมพ์คำนี้ขึ้นมา
แต่ด้วยเวลาที่เร่งและรู้สึกกระชับชิดมาก ผู้ฟังวันนั้นเลยหลับไม่ทัน :)



ขอบคุณสำหรับโปรเจคสนุกๆที่ให้โอกาสในการทดลองพยายามเล่าด้วยภาพ
ให้คนฟังเข้าใจถึงการออกแบบตัวอักษรโดยใช้วิธีการเข้ากระทำในอีกรูปแบบ
วิธีการหนึ่งเพื่อให้ได้ตัวอักษรที่ต่างออกไป

และขอบคุณผลงานนศ. คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ในชั้นเรียน Typography1 / ปี 2550

Friday, January 8, 2010

Play the Piano on YouTube


interactive video by KOKOKAKA

Monday, March 9, 2009

wii love arts

เมื่อ สินค้า (เกมส์) ให้ความสำคัญกับ ศิลปะ
คงเหมือน Tiger Translate ที่ เบียร์ 
มองเห็นการสร้างแบรนด์จาก การออกแบบ
หวังว่าจะมีสินค้าอื่นๆอีกเยอะๆที่คิดแบบนี้
จะได้มีโปรเจคดีๆเกิดขึ้นอีกมากมาย


ตามดูต่อกันเองที่ www.wiilovearts.com


Thursday, February 26, 2009

ABC3D

มีหนังสือมาแนะนำ เรียนรู้ A - Z แบบสนุกสนาน 

ABC3D by Marion Sataille
ISBN-10: 1-59643-425-2
ISBN-13: 978-1-59643-42



สนใจมากกว่านี้ ตามที่ www.abc3dbook.com

Thursday, October 30, 2008

Design Police

ได้รับอีเมลล์จากคุณอุ้ม ปิติพงษ์ ภูมิจิตร Art4d มาสักพักหนึ่งแล้ว
พึ่งจะมีโอกาสได้มาเขียน




"ILLEGIBLE" "Consult a typographer"
"Warning: skewed typeface" "Alert: typo" "Style over content"
"BAD IDEA" "Display font unreadable as body copy"
"Bad logo" "THIS DOES NOT COMMUNICATE"
...etc.


ตัวอย่างคำบางส่วนที่ใช้ในการตรวจสอบ

สามารถเข้าไปที่เวปไซด์ Design Police
และสามารถโหลดไฟล์ pdf ออกมาเพื่อปริ้นท์เป็น 
สติกเกอร์ไปให้ตรวจสอบงานออกแบบที่เราต้องการได้
แต่ที่สำคัญ 
ในเวปไซต์นั้นมีรีมาร์กด้านล่างไว้อาจจะตัวเล็กซักหน่อย
แต่สำคัญมาก


Please ensure that these templates are used for legal and legitimate purposes.
You are responsible for their use. The Design Police do not condone vandalism or criminal damage.


เคยได้ยินมาว่า ในบ้านเรางานสถาปัตยกรรมจะไม่ทำ
การวิพากษ์วิจารณ์กันผ่านสื่อสาธารณะ แต่ก็ยังไม่มี
โอกาสได้คุยเรื่องนี้จริงจังกับผู้เป็นสถาปนิกว่าขอบเขตแค่ไหน
แต่ส่วนตัวก็พอจะเข้าใจและเห็นด้วยโครงสร้างวิธีคิดนั้นอยู่บ้าง
เพราะไม่ว่างานออกแบบใดๆมีย่อมมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆที่
ผู้วิพากษ์นั้นไม่ได้รับรู้ และเข้าใจถึงโปรเจคนั้นเพียงพอ
และยิ่งเฉพาะสื่อสาธารณะที่ผู้ออกแบบนั้นไม่มีโอกาสได้
ทำการอธิบายถึงสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ อีกทั้งผลกระทบ
ต่อผู้แวดล้อมมากมายที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการ
แสดงความคิดเห็นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ที่จะแสดงออก
ต้องคิดอย่างถ่วนถี่และดีเพียงพอแล้วต่อทุกสิ่งที่จะเกิด 
ยิ่งโดยเฉพาะบ้านเราในขณะนี้ :)


เมื่อวานเปิดเทอมวันแรก มีเด็กนศ.ผู้หญิงท่าทางเรียบร้อย
เล่าว่าปิดเทอมไป นปก.มา แล้วในกิจกรรมเล็กที่ให้เขียนภาพ
เล่าเรื่องมามีคำว่า "เบื่อม๊อบพันธมิตร"...
เขียนไปเขียนมาเกี่ยวกันมั๊ยเนี้ย :)

Tuesday, September 30, 2008

OBAMA hearts

เห็นว่าน่ารักดีเลยเอามาลงให้ดูกัน Obama Button Project 
จาก Village


เมืองไทยใกล้เลือกผู้ว่า กทม. ไม่เห็นมีอะไรแบบนี้บ้างเลย
(อย่าลืมวันที่ 5 นี้ออกไปเลือกตั้งกันด้วยนะครับ)

จะเห็นที่พอนึกถึงสินค้ากับการเมืองคงจะเป็น มือตบ ของพันธมิตร
สำหรับผู้ผ่านไปชุมนุมคงเคยเห็นหรือมีติดบ้านกันอยู่บ้าง :)

Wednesday, June 25, 2008

QashQai Car Games

ไม่ได้เกี่ยวกับออกแบบ แต่มันส์ดี (เรียกว่า บ้ามากกว่า)

การทำอะไรให้สุดๆในสิ่งที่เชื่อ 
ผลลัพท์ที่ได้จะพิสูจน์ตัวมันเอง


ที่มาและวีดีโออื่นๆถ้ายังไม่จุใจ QashQai Car Games

คำเตือน : เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อย่าทำตามเดี๋ยวจะกลายเป็นแว๊นซ์อ่านหนังสือพิมพ์

Sunday, January 20, 2008

Steven Heller @ TV



Television interview about typeface design, with Steven Heller, Jonathan Hoefler, Tobias Frere-Jones

Monday, January 7, 2008

Bembo's Zoo




เนื่องจากเทอมนี้ได้เห็นงานของนักศึกษา ปี 2 วิชา ไทป์พอกราฟี (หลายๆคน)
ที่หาทางออกด้วยการพยายามวางตัวอักษรให้เป็นภาพ
เลยอยากให้ได้ดูโปรเจตน่าสนใจของ Roberto de Vicq de Cumptich
นักออกแบบชาวบราซิล ผู้อาศัยอยุ่ในนิวยอรค์ซิตี้ ผู้เป็นอาร์ตไดเรคเตอร์และไวซ์เพรสซิเดนท์ของ HarperCollins
ท่าจะให้นึกถึงคงเป็นงาน Words At Play ที่เคยทำให้กับ Adobe Systems เพื่อโชว์ศักยภาพของ Adobe Indesign
(ยังมี file pdf อยู่เลยถ้าใครสนใจ ลองเรียกมานะครับ จะพยายามขึ้นรูปให้ดู:)



จาก หนังสือ สู่ อินเตอร์แอคทีฟ
ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ แต่เป็นนื้อหาสาระ กับวิธีการ และผลที่ได้
ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้ รูปอักษร คำศัพท์ และรูปภาพสำหรับเด็ก วัย 2-6 ขวบ
แม้ไม่ใช่งานออกแบบที่สวยสมบูรณ์แบบ แต่ก็คิดว่าเป็นงานที่น่าสนใจเข้าขั้นทีเดียวในแง่ผลลัพท์
- อักษร - เสียง - ภาพ - อินเตอร์แอคทีฟ - เด็ก - สนุกสนาน - สนใจใคร่รู้ -

Go to Zoo www.bemboszoo.com



alphabet K - Koala

"This high-concept abecedary, the picture book debut for deVicq de Cumptich.
should delight collectors of stylish picture books and aficionados of the garphic arts."
-Publishers Weekly


alphabet Q - Quail

"In this first book for children, de Cumptich.... has created an abecedary of animals made entirely from Bembo letterforms and punctualtions marks-nothing else. And you know the conceit works."
-New York Times


alphabet O - Octopus

หนังสืออีกเล่มของ Roberto Vicq De Cumptich ที่อยากได้ คือ
Men of Letters and People of Substance เคยเห็นใน used 5$ เอง :)

Friday, December 28, 2007

One Show - Paul Rand Tribute Film (2007)

สั่งลาปี 2007 ด้วย Master of modern American Graphic Design
Paul Rand (1914-1996) นักออกแบบที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบคอร์ปอร์เรท ไอเดนทิทิตี้ ผู้ถูกขนานนามว่า "the designer's art"

"A trademark is a picture.
It is a symbol, a sign, an emblem, a sign of the quality, blend form and content.
Trademarks are animate, inanimate, organic, geometric.
They are letters, ideograms, monograms, colours, things.
They indicate not represent but suggest end are stated with brevity and wit."

-Paul Rand - 1960-



A 4 minute short about Paul Rand created for his posthumous induction
to the One Club Hall of Fame in 2007. Produced for Imaginary Forces by
Cara McKenney and executive produced by Maribeth Phillips.
Additional I.F. credits go to designer/animators Joey Salim, Jeremy Cox
and Liz Centolella and animators Andrew Chung, Sean Eno and
Chase Massingill. It was edited by I.F.'s Corey Weisz, with sound design by
Derek Lee. From: http://commercial-archive.com

Tuesday, December 11, 2007

ไอสไตน์พูดว่า...

ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า

"มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า
พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ ปรากฏว่า คนหนึ่ง
ตัวสะอาด อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า
ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน"

นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
"ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ"

ไอสไตน์ พูดว่า

"งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะคนที่ตัวสะอาด
เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควันเขาก็
ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย
ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า
ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน ตอนนี้ ผมขอถาม
พวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่"

นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า

" อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก
ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปรก
เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย
ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย
..... ถูกไหมครับ...."

ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน
ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้ ไอสไตน์ ค่อยๆ พูดขึ้น
อย่างมีหลักการและเหตุผล

"คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก
นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ตรรก" เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด
ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล
แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ "ตรรก"

จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก
"พันธนาการของความเคยชิน" หลบเลี่ยงจาก
"กับดักทางความคิด" หลีกหนีจาก
"สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง " ขจัด
"ทิฐิแห่งกมลสันดาน"

จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้



<< fw mail from my sister // สังคมที่ fw ต่อมาจากเทคโนโลยี ทำให้เราได้อ่านอะไรดีๆ โดยไม่ต้องไขว้คว้าหา >>

Wednesday, November 7, 2007

Psychogenic Needs : U needs

เราเคยมีเวลาได้นั่งทบทวนถึงตัวเองกันหรือเปล่าว่าแท้จริงแล้ว
เราต้องการอะไร

Henry Murray เฮนรี่ เมอเรย์ (1893-1988) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
ได้พัฒนาทฤษฎีบุคลิกภาพซึ่งอยู่ภายใต้ระบบ
แรงจูงใจ ความกดดัน และความต้องการ

เขาเชื่อว่า จิตวิทยาความต้องการ (Psychogenic Needs) เป็น ความต้องการที่อยู่ในระดับจิตไร้สำนึก
คือเป็นความต้องการที่แฝงอยุ่ลึกๆและพร้อมที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์นั้นๆ

แบ่งได้เป็น 5 ประเภทใหญ่คือ

Ambition Needs
• Achievement - ความต้องการสัมฤทธิ์ผลต่ออุปสรรค
• Exhibition - ความต้องการแสดงตนให้เป็นที่สนใจของผู้อื่น
• Recognition - ความต้องการเป็นที่จดจำและเป็นยอมรับนับถือของสังคม
• Acquistion - ความต้องการอยากได้สิ่งที่ต้องการ เพื่อมาเป็นสมบัติหรือครอบครอง

Materialistic Needs
• Construction - ความต้องการสร้างสรรค์ พฤติกรรมซึ่งก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์
จากวัสดุต่างๆนำมาประดิษฐ์เป็นวัตถุสิ่งของที่ต้องกับความต้องการของบุคคล
• Order - ความต้องการเป็นระเบียบเรียบร้อย
• Retention - ความต้องการเก็บรักษา

Power Needs
• Abasement - ความต้องการเสียเกียรติ การยอมรับผิด
• Antonomy - ความต้องการอิสระในการปกครองตนเอง
• Aggression - ความต้องการการก้าวร้าวผู้อื่น มุ่งที่จะเอาชนะคนอื่น
• Blame Avoidance - ความต้องการหลีกเลี่ยงจากการตำหนิ และทำตามกฎระเบียบ
• Deference - ความต้องการเชื่อฟัง ยอมทำตามผู้ที่เหนือกว่า
• Dominance - ความต้องการที่จะควบคุมและบัญชาผู้อื่น

Affection Needs
• Affiliation - ความต้องการมีเพื่อนไมตรีจิตมิตรภาพ
• Nurturance - ความต้องการการดูแล เอาใจใส่จากบุคคลอื่น
• Play - ความต้องการเล่น พักผ่อนหย่อนใจ
• Rejection - ความต้องการแยกตัวออกจากผู้อื่น
• Succorance - ความต้องการการช่วยเหลือ การปกป้อง เห็นใจจากผู้อื่น

Information Needs
• Cognizance - ความต้องการอยากรู้อยากเห็น
• Exposition - ความต้องการคำชี้แจงอย่างละเอียด

Sunday, October 7, 2007

Creative Thinking

blog ร้างมาเป็นระยะเวลาพอควร ตั้งใจว่าจะอาทิตย์ละครั้ง และแล้วก็พลาด :)

ช่วงนี้ ยุ่งอ่านหนังสือจิตวิทยาเพื่อทำโปรเจค เจอข้อมูลเกี่ยวกับ การคิด Thinking
ได้แบ่งประเภทของความคิดไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การคิดแบบ Creativity
คือ การคิดแบบสร้างสรรค์ มีส่วนที่กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นลักษณะ
การคิดแบบหลากหลายรูปแบบ (Divergent Thinking) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการ
ทำงานของสมองซีกขวา เช่นเดียวกับการคิดแบบมีเหตุผลอันเป็นการทำงาน
ของสมองซีกซ้าย

นักจิตวิทยาเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ได้รับการส่งเสริม โดยการใช้
แรงเสริมทางบวก (Positive Reinforcement) และในขณะเดียวกัน
การวิจารณ์ (Criticism) และการทำโทษ จะเป็นสิ่งที่หยุดยั้งมิให้ความคิด
สร้างสรรค์พัฒนาต่อไป

- งั้นปกติการ Critic เชิงบวกกับนักศึกษาก็ไม่น่าจะผิดนะ :)

อีกส่วนหนึ่งที่พูดถึงลักษณะของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์คือ
1. อิสระ (Independence) มีความเป็นตัวของตัวเองไม่คล้อยตามผู้อื่น
2. ยึดหยุ่น (Flexibility) ไม่มองโลกในแง่หนึ่งเพียงแง่เดียว
3. มีแรงกระตุ้น (Impulsiveness) กล้าเสี่ยง กล้าทำ เมื่อมีโอกาส
4. ชอบการทดลองที่สลับซับซ้อนและไม่มีโครงสร้างแน่นอน (Complex Experiment)
5. มีอารมณ์ขัน (Sense of Humor) มีความสามาถคิดเรื่องเบาสมอง
6. มีความมุ่งมั่น (Strong Motivation)

คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่อยากรู้เหมือนกันนะ :)

Sunday, September 23, 2007

Helvetica Film in Bangkok



ติดตามข่าวคราวกันมาข้ามปี ได้มีโอกาสดูกันแบบตัวเป็นๆซะที
วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2550 รู้สึกวันนั้นจะปิดคอรส์ไทป์ดีไซน์พอดีเลย
ไปเจอกันที่ SF World Cinema Central World นะครับ

มีเสวนาเกี่ยวกับหนังและฟอนต์หลังจากหนังจบด้วย
โดย Stefan Sagmeister, ประชา สุวีรานนท์ และ อนุทิน วงศ์สรรคกร

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokdesignfestival.com/

Wednesday, September 19, 2007

Typography School

ฉลองการกลับมาของ You Tube กับการหายไปของ เ ว ล า เช่นเคย




Veteran graphic design/typography and letterpress teacher
from the London College of Printing: David Dabner talks...
giving an insight into the principles of design, creative letterpress
and why computers make students sloppy.

Monday, July 30, 2007

Designers' Ten Commandments



NWP e-zine [electronic magazine] ยอดฮิต ที่นักออกแบบและนักเรียนออกแบบติดกับทั่วบ้านทั่วเมือง
ที่หน้า 1 ของ เล่มล่าสุดเล่มที่ 10 มีบทความ (คำสั่ง) น่าสนใจดี เลยลงมาให้ดูกัน :)


1. Not to copy other's creative work, under no circumstances;

2. Not to rely completely on computer technology, it is a tool only and cannot substitute your creativity. Remember, you are a designer, not a computer graphic editor;

3. Be a creator and not a fashion-follower because a trendy style today would become an out-dated one tomorrow;

4. Trying ten design fields simultaneously but badly is worst than concentrating on one field and master it;

5. Be professional and not to release any art works that you don't like;

6. Not to lower the quality in view of low business value on and art work;

7. Not to criticize other's artwork merely on the ground of one's preferences nor just replicate comment from someone;

8. Not to create artwork without and ground. Great works usually come from the understanding of the culture, history and philosophy.

9. Keep yourself modest to people, no matter you are just a novice or a master;

10. Always believe that design can save the country and change the world.

Saturday, July 7, 2007

07.07.07

วันที่ 7 เดือน 7 ปี 07 กับ กับบาป 7 ประการ ในทัศนะของ "มหาตมา คานธี"

ซึ่งมหาตมา คานธีเขียนไว้ในหนังสือเชิงอัตชีวประวัติของท่าน
เรื่อง “The Story of My Experiments with Truth” เมื่อปีค.ศ. 1925

อาจารย์กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย ปราชญ์ไทย
ผู้เชี่ยวชาญภารตวิทยาและภาษาฮินดี
แปลหนังสือเล่มนี้ไว้เป็นภาษาไทยว่า
“ข้าพเจ้าทดลองความจริง : อัตชีวประวัติของมหาตมา คานธี”
พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกเมื่อปี 2525

Politics without principles.
เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ

Pleasure without conscience.
หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด

Wealth without work.
ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน

knowledge without character.
มีความรู้มหาศาลแต่ความพฤติไม่ดี

Commerce without morality.
ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลหลักธรรม

Science without humanity.
วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์

Worship without sacrifice.
บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ

Tuesday, July 3, 2007

Erik save space!



Erik Spiekermann นักออกแบบตัวอักษรชาวเยอรมันคนโปรดของผม
มีงานที่น่าสนใจมาให้ได้เรียนรู้กันอีกแล้ว

โดยงานนี้ Erik ได้ทดลองทำงานเกี่ยวกับเรื่องพื่นที่
โดยได้นำเอาแบบตัวอักษร FF Mata มาตัดเอาส่วนที่เป็นเสียงสระ (vowel)
ของอักษรภาษาอังกฤษออก (a e i o u) ในตัวพิมพ์เล็ก (lowercase)
ซึ่งสามารถทำให้ลดพื่นที่ในการใช้งานและเล่นกับระบบการรับรู้ของคน
โดยเชื่อว่ายังเพียงพอที่จะสามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้ ด้วยรูปประโยคและความคุ้นชิน
ในตัวอักษรนี้ ใช้ชื่อว่า FF Mt ซื่งถ้าในกรณีที่มีความจำเป็นที่จะทำการพิมพ์ตัวอักษรนั้น
ก็สามารถเลือกพิมพ์ได้ โดยใช้ในส่วนตัวพิมพ์ใหญ่ (capital) ซึ่งทั้งหมด
ได้ใส่เป็นแบบตัวอักษรประเภท (Small Caps) ตัวพิมพ์ใหญ่ที่มีความสูงเท่า x-hight
ลงไปแทน

สามารถโหลด FF Mt ฟรี ได้ที่นี่


Character set for FF Mt

Wednesday, June 20, 2007

Malaga by Emigre



แคตตาล็อกเล่มล่าสุดจาก Emigre
เล่มนี้ นำเสนอ แบบตัวอักษรที่ชื่อ Malaga (2007)
ออกแบบโดย Xavier Dupré นักออกแบบรุ่นใหม่ชาวฝรั่งเศส
ความน่าสนใจในตัวนักออกแบบคนนี้คือ ความสนใจใน
ความหลากหลายของวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ



เค้าเล่าว่าตัวอักษร Malaga นี้ก็ออกแบบในระหว่างเดินทาง
ไปยังประเทศต่าง ซึ่งเริ่มด้วย ประเทศ ไทย :) มาเลเซีย
อินโดนีเซีย พม่า แคมโบเดีย เวียดนาม ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม
และที่สุดท้ายคือ สเปน ซึ่งชื่อ Malaga ก็มาจากชื่อเมือง
ทางใต้ของสเปน



Dupré ออกแบบโดยใช้ PowerBook ในระหว่างการเดินทาง โดยที่ไม่มี
เครื่องปริ้นเตอร์ และเมาท์ เค้าได้เรียนรู้การออกแบบโดยใช้เพียงแค่เมาท์แพด
และโต๊ะกาแฟเล็กๆของโรงแรมในระหว่างที่เดินทาง (ทำฟอนต์ไม่ใช้เมาท์ด้วย ว้าว)



Malaga ตัวนี้เป็นตัวอักษรแบบมี serif และโครงสร้างที่เป็น Humanist
คงได้อิทธิพลมาจากการขีดเขียนที่เป้นธรรมชาติของเอเชีย
กับตัว a lowercase ที่บุคลิกค่อนข้างโดดเด่น น่าจะติดพันมาจาก Vista San (2005)

ตามดูแบบเต็มๆที่ www.emigre.com



แบบตัวอักษรก่อนหน้านี้ ของ Xavier Dupré ที่ชอบเหมือนกันคือ
Vista San ที่ได้ รางวัลใน TDC2 เมื่อปี 2006 ไทป์เฟสนั้น
ก็ร่างแบบในระหว่างที่พักอยู่ที่ สุมาตรา เหมือนกัน

การเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้อิทธิพล
ของประสพการณ์ในงานออกแบบเปลี่ยนไปได้เหมือนกัน

ส่วนใครต้องการแคตตาล็อกของ emigre สามารถเข้าไปที่
เวปไซต์ของเค้าได้เลย เสียค่าส่งเล็กน้อยถ้านอก US.
รู้สึกว่าในหน้าเวปจะโชว์เล่มเก่าอยู่ Love Letters เล่ม 2